ทำความรู้จักกับระดับความเข้มของน้ำหอม (Eau de Toilette vs Eau de Parfum)

10 มกราคม 2026


ทำความรู้จักกับระดับความเข้มของน้ำหอม (Eau de Toilette vs Eau de Parfum)

น้ำหอมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ โดยน้ำหอมแต่ละชนิดมีระดับความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเข้มข้นของกลิ่นและระยะเวลาการติดทนของน้ำหอมในแต่ละช่วงเวลา
ในบทความนี้ เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับสองประเภทน้ำหอมที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในตลาด ได้แก่ Eau de Toilette (EDT) และ Eau de Parfum (EDP)

Eau de Toilette (EDT) คืออะไร?
Eau de Toilette เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยอยู่ในระดับประมาณ 5-15% กลิ่นของ EDT มักจะให้ความรู้สึกสดชื่น เบาสบาย เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือในสภาพอากาศร้อน กลิ่นจะติดทนนานประมาณ 3-5 ชั่วโมง

Eau de Parfum (EDP) คืออะไร?
Eau de Parfum มีความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยสูงกว่าคือประมาณ 15-20% กลิ่นของ EDP จะมีความเข้มข้นและลึกซึ้งมากกว่า โดยสามารถติดทนได้นานถึง 5-8 ชั่วโมงหรือมากกว่า เหมาะสำหรับการใช้ในโอกาสพิเศษ หรือในช่วงเวลาที่ต้องการความโดดเด่นและน่าจดจำ

วิธีเลือกใช้น้ำหอมให้เหมาะสม
1.หากคุณต้องการน้ำหอมสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันหรือในสภาพอากาศร้อน ควรเลือก Eau de Toilette เพราะให้กลิ่นที่เบาและสดชื่น
2.หากคุณต้องการน้ำหอมสำหรับโอกาสพิเศษหรือในช่วงเย็น และต้องการกลิ่นที่ติดทนนาน Eau de Parfum คือทางเลือกที่เหมาะสม
3.คำนึงถึงงบประมาณ โดยทั่วไป Eau de Parfum จะมีราคาสูงกว่าเนื่องจากมีความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยมากกว่า

การทำความเข้าใจในระดับความเข้มข้นของน้ำหอมจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกน้ำหอมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการได้ดียิ่งขึ้น Eau de Toilette เหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันและสภาพอากาศร้อน ขณะที่ Eau de Parfum เหมาะสำหรับการใช้ในโอกาสพิเศษและต้องการกลิ่นติดทนนาน การเลือกน้ำหอมที่เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยเสริมภาพลักษณ์และความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่อย่างมีประสิทธิภาพ

ไวโอเรลสโตร์ - จำหน่ายนาฬิกา แว่นตา และสินค้าแบรนด์ของแท้ จัดส่งฟรี พร้อมส่วนลดมากมาย
ไวโอเรลสโตร์ - จำหน่ายนาฬิกา แว่นตา และสินค้าแบรนด์ของแท้ จัดส่งฟรี พร้อมส่วนลดมากมาย